เฮมพ์กรีต (Hempcrete)
นักวิจัย  
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรวัฒน์ สินศิริ, นายพุทธิพัทธ์ ราชคำ

สำนักวิชาวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
 
สถานภาพสิทธิบัตร
อยู่ระหว่างยื่นคำขอ
ที่มา ข้อมูลเบื้องต้น ความสำคัญของปัญหา
ปัจจุบันได้มีการนำวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตรที่เป็นวัสดุชีวภาพมาใช้ผลิตเป็นวัสดุก่อสร้างอย่างแพร่หลาย เพื่อต้องการลดต้นทุน ลดปริมาณการใช้วัสดุสังเคราะห์ที่ได้จากภาคอุตสาหกรรม เช่น การใช้เส้นใยจากใยมะพร้าวและเส้นใยปาล์มที่ได้จากธรรมชาติ มาผลิตเป็นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด เนื่องเส้นใยสังเคราะห์ที่ได้จากภาคอุตสาหกรรมก็มีราคาที่สูงขึ้นเช่นกัน ทำให้การผลิตวัสดุก่อสร้าง เช่น อิฐบล๊อคคอนกรีตและแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดมีราคาที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้การใช้วัสดุจำพวกแร่ใย่หินมาเป็นส่วนผสมยังทำให้เกิดพิษต่อร่างกายมนุษย์อีกด้วย จากปัญหาดังกล่าวทางบริษัทจึงมีแนวคิดที่จะใช้เศษวัสดุที่เหลือจากภาคเกษตรกรรมที่เป็นวัสดุเหลือทิ้ง เช่น แกนและเส้นใยเฮมพ์ (Hemp shives and fiber) มาใช้ผลิตเป็นวัสดุทดแทน ซึ่งความหมายของ เฮมพ์หรือกัญชง (Hemp) เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุเพียงปีเดียว ชาวเขานิยมปลูกต้นกัญชงในทางภาคเหนือของประเทศไทย กัญชงเจริญเติบโตได้ง่าย มีความสูงถึง 4 เมตร ประโยชน์ของกัญชง คือ นิยมนำเส้นใยของต้นกัญชงมาทำเป็นเส้นใยทอผ้าซึ่งเส้นใยที่ได้มีความเหนียวนุ่ม น้ำหนักเบา มีสีออกขาวแกมน้ำตาล จัดได้ว่าเป็นเส้นใยที่มีคุณภาพสูงมีความยืดหยุ่น แข็งแรงทนทาน ถ้าลอกเส้นใยออกจากลำต้นกัญชงหมดแล้ว จะเหลือในส่วนของแกนลำตัน (Hurds Hemp) หรือเปลือกแกนลำต้น (Shives Hemp) นิยมเรียกตามภาษาต่างประเทศว่า “แกนเฮมพ์” ที่มีลักษณะเบา รูกลวงกลาง นำไปใช้ในงานโครงสร้างอะไรไม่ได้ [1] จึงกลายเป็นเศษวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร ถือว่าเป็นวัสดุชีวภาพ (Bio Materials) ในประเทศไทยการนำเศษแกนแกนเฮมพ์ไปใช้ประโยชน์หรือไปทำวิจัยยังมีน้อย แต่ในต่างประเทศ แถบอเมริกาเหนือ ยุโรป หรือออสเตรเลีย นิยมนำแกนเฮมพ์ไปใช้งานกันแพร่หลาย เช่น การนำแกนเฮมพ์มาผสมกับไลม์และน้ำ เมื่อแข็งตัวจะกลายเป็น เฮมพ์กรีต (Hempcret) และผสมร่วมสารซีเมนต์กับมวลรวมและน้ำ จะกลายเป็น เฮมพ์คอนกรีต (Hemp Concrete) ใช้ทำเป็นวัสดุก่อผนัง วัสดุเทพื้น วัสดุโครงสร้าง หรือแม้แต่งานฉนวน ที่รับน้ำหนักบรรทุกไม่มาก อิฐเฮมพ์กรีต มีคุณสมบัติ น้ำหนักเบา ความหนาแน่นต่ำ เป็นฉนวน ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ให้แปรสภาพเป็นออกซิเจน (H2O) สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนได้ประมาณ 50 % ของปริมาตร [2] และมีความทนไฟได้เป็นระยะเวลานาน
สรุปและจุดเด่นเทคโนโลยี
การนำเฮมพ์ไปใช้ประโยชน์
1. เส้นใยเฮมพ์ เฮมพ์จัดเป็นเส้นใยธรรมชาติที่ดีที่สุด ทำให้มีการนำเส้นใยเฮมพ์มาทำผลิตภัณฑ์มากมายนอกเหนือจากการทำเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มและเครื่องแต่งกาย ได้แก่ วัสดุเนื้อไม้บด กระดาษ อุตสาหกรรมยานยนต์ วัสดุธรรมชาติแทนพลาสติก เส้นใยเฮมพ์มีลักษณะเฉพาะ คือมีความพรุนตามธรรมชาติ เมื่อส่องด้วยกล้องขยายพิเศษ พบว่า โครงสร้างภายในไม่มีลักษณะท่อยาว แต่ค่อนข้างจะเต็มไปด้วยรูพรุน ทำให้เฮมพ์มีพื้นผิวที่สามารถ ดูดซับน้ำได้มาก มีค่าความเป็นฉนวนอยู่ระหว่าง 0.0393 – 0.0486 W.m/K และมีค่าความหนาแน่นอยู่ระหว่าง 40.3 – 77.9 kg/m3
2. แกนเฮมพ์ แกนของเฮมพ์มีสีขาวอมน้ำตาล มีน้ำหนักเบา ไม่มีฝุ่น มีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่น น้ำ หรือน้ำมันได้ดี ในต่างประเทศนิยมนำไปผลิตเป็นพลังงานชีวมวลในรูปแบบต่างๆ อาทิ ถ่านไม้, Ethanol, Methanol หรือ Alcohol นอกจากนี้ แกนเฮมพ์ถูกนำไปใช้งานก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน ในรูปแบบของการนำแกนเฮมพ์ที่บดแล้วไปผสมกับปูนปาสเตอร์หรือคอนกรีตเพื่อผลิตเป็นเฮมพ์กรีต หรือใช้ในการผสมเพื่อก่อผนัง-กำแพงที่รับน้ำหนักบรรทุกไม่มาก มีค่าความเป็นฉนวนอยู่ระหว่าง 0.033 – 0.094 W.m/K และมีค่าความหนาแน่นอยู่ระหว่าง 5 – 100 kg/m3
ความร่วมมือที่เสาะหา
เสาะหาผู้รับอนุญาตใช้สิทธิ
สถานภาพของผลงานวิจัย
ได้ต้นแบบในระดับห้องปฏิบัติการ
เงื่อนไข
เทคโนโลยีต่อรองราคา
สนใจสอบถามข้อมูล
นางสาว ศรัญญา นรสิงห์
โทรศัพท์ 044224825
โทรศัพท์มือถือ 0918297609
Email sarunya-n@sut.ac.th
สำนักงานจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี

คุณต้องการขอรับถ่ายทอดเทคโนโลยี "เฮมพ์กรีต (Hempcrete)"